สวัสดี
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
ฝึกพื้นฐานเชื่อฟังคำสั่ง ฝึกอารักขา และพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะ
ปรับพฤติกรรมการเลี้ยงสุนัข
ทุกเช้าวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป
พบกันที่สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา


Facebook :Thai GSD Club
http://www.facebook.com/groups/208210115884469/
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สาเหตุของ อาการ ชัก ในสุนัข  (อ่าน 10048 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ป้าวิ(flaysmom)
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,545



« เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 09:52:47 am »


เรื่อง โรคลมชัก(Idiopathic Epilepsy in Dogs)
สนับสนุนบทความโดย โรงพยาบาลสัตว์ เอ็น.พี

โรคลมชัก    เข้าใจว่าเป็นกรรมพันธุ์หรือความผิดปกติแต่กำเนิด 

อาการชัก เกิด เนื่องจากกระแสไฟฟ้าในสมอง เพิ่มมากกว่าป กติในทันทีทันใด ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นชุดต่อเนื่อง,
พฤติกรรมและการรับรู้ผิดไปจากปกติ ซึ่ง อาจเกิดร่วมกันทุกอย่าง ที่กล่าวมาก็ได้
สุนัขประมาณ 2-3% เป็นโรคลมชัก และ อายุที่เกิดอาการมักอยู่ระหว่าง 1-5 ปี
และอาจเกิดอาการโรคลมชัดเมื่อใดก็ได้ทั้งที่ไม่เคยมี ประวัติการชักมาก่อน
อาการชัก  แตกต่างกันออกไป บางรายแค่มีอาการกระตุกที่ใบหน้า
ไปจนถึงล้มลงไปนอนชั ก, เห่า, กัดฟัน, ปัสสาวะราด, อุจจาระไม่รู้ตัว, และทำท่าตะกายเหมือนเดิน

อาการชักเฉพาะที่ (Partial or Focal epilepsy) เป็นเพราะจำนวนเซลล์ประสาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการ ชักมีไม่มาก
อาการชักทั้งตัว (Generalized epilepsy) เป็นเพราะจำนวนเซลล์ประสาทจำนวนมาก มาเกี่ยวข้องกับการชัก

สุนัขประมาณ 50-60% ที่เป็นโรคลมชัก มักจะชักทั้งตัว
การชักมักเกิดทันทีและหยุดเอง ระยะเวลาในการชักอาจเป็นเพียงไม่กี่วินาทีจนถึงหลาย ๆ นาทีอาจถึง 30 นาที
ถ้าชักนานเกินกว่านี้สมองอาจถูกทำลายถาวร

โรคนี้เป็นได้กับสุนัขทุกพันธุ์รวมทั้งสุนัขพันธุ์ผสมด้วย
บางพันธุ์พิสูจน์แล้วว่าเกิดเนื่องจากถ่ายทอดมาทางกร รมพันธุ์ ได้แก่ เยอรมันเชพเพอร์ด, กีส์ฮาวด์, เบลเยี่ยมเทอวูเร็น, บีเกิ้ล, ไอริชเซ็ทเทอร์, เซนต์เบอร์นาร์ด, พูเดิ้ล, ค๊อกเกอร์สแปเนี่ยล, ไวย์แฮร์ฟ๊อกเทอร์เรีย, ลาบราดอร์และโกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์

เนื่องจากเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ สุนัขที่เป็นโรคนี้จึงไม่ควรนำมาผสมพันธุ์

ระยะออร่า (Aura) จะแสดงอาการของการจะเริ่มชัก เช่น กระสับกระส่าย, ตัวสั่น, เดินเป็นวง, ร้องครางในลำคอ (ร้องหงิ๋งหงิ๋ง), น้ำลายไหลมากกว่าปกติ, วิ่งพล่านหรืออาจหาที่หลบซ่อนตัว อาการอย่างนี้อาจมีระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาทีจนถึงยา วเป็นวัน ซึ่งเจ้าของอาจไม่สังเกตเห็น

ระยะอิกตัส (Ictus) เป็นระยะที่สุนัขจะชัก ระยะเวลาการชักอาจมีเพียงไม่กี่วินาทีจนถึงยาวหลาย ๆ นาที การชักอาจเป็นเพียงเฉพาะบางส่วนหรือล้มลงนอนชัก น้ำลายจะไหลออกมามาก ไม่สามารถควบคุมอุจจาระและปัสสาวะได้

ระยะสุดท้ายเป็นระยะฟื้นตัว (Postictial stage) ระยะนี้เป็นระยะหลังจากเมื่อชักเสร็จ สุนัขจะเกิดอาการมึนงงเดินไม่ตรงทาง และไร้จุดหมาย น้ำลายอาจจะยังยืดอยู่ ส่วนมากจะยังจำเจ้าของไม่ได้และไม่รับรู้คำสั่งใดๆ บางรายอาจเข้าหาเจ้าของเพื่อหาความอบอุ่นใจ ระยะเวลาการฟื้นตัวอาจเพียงไม่กี่นาทีจนถึงนานเป็นสั ปดาห์ สุนัขอาจแสดงอาการให้เห็นชัดเจนทั้ง 3 ระยะหรือไม่ก็ได้

มีโรคหลายโรคที่ทำให้เกิดอาการชักทั้งในสุนัขและแมว เช่น
ความผิดปกติของโครงสร้างบางอย่าง เกิดเนื่องจากเชื้อไวรัส โรคไข้หัดสุนัข โรคจากเชื้อราบางชนิด (Fungal disease) เช่น สมองอักเสบ โรคพิษสุนัขบ้า ฝีในสมอง อุบัติเหตุบริเวณศีรษะเนื้องอกในสมอง เส้นเลือดสมองอักเสบ มีน้ำในสมอง โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของ เมตาบอลิซึม แคลเซียมในเลือดต่ำ น้ำตาลในเลือดต่ำ โรคตับ โรคไตวาย โซเดียมในเลือดต่ำ ออกซิเจนในเลือดต่ำ ขาดไวตามิน บี ได้รับสารพิษ (Poisoning) เช่น สตริกนีน ตะกั่ว organophosphorus หรือ carbamate (ยาฆ่าแมลง) สารประเภทต้านการแข็งตัวของน้ำ ตะกั่ว
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,545



« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 09:59:10 am »

การปฏิบัติตัวของเจ้าของเมื่อสุนัขเกิดอาการชัก
- เจ้าของสัตว์ต้องไม่ตกใจเมื่อเห็นสุนัขชัก เพราะสุนัขไม่มีสติและไม่ได้ทรมาน อาจมีการหยุดหายใจชั่วครู่ระหว่างที่ชัก
- ให้จับเวลาการชักของสุนัขและระยะเวลาต่างๆ อย่างละเอียด เจ้าของอาจจะรู้สึกว่ามันยาวนานทั้งที่เป็นเวลาเพียง แค่ 30 วินาทีเท่านั้น
- ป้องกันการทำร้ายตัวเองของสุนัขขณะชัก โดยเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งที่คิดว่าเป็นอัน ตรายออกห่างจากตัวสุนัข รวมทั้งให้สุนัขอยู่ห่างจากน้ำ บันได และของมีคม หาหมอนมารองหัวสุนัขเพื่อกันหัวฟาดเวลาชัก
- สังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ของสุนัขก่อนและหลังการชัก สังเกตอาการของกล้ามเนื้อขณะชัก เพื่อบอกสัตวแพทย์เพื่อทำการบันทึกลงประวัติ
- ถ้ามีการชักเกิน 5 นาทีต้องรีบส่งสัตว์ไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิกทันที
- ระวังอย่าเอามือไปใกล้บริเวณปากสุนัข เพราะคุณอาจจะโดนกัดโดยที่สุนัขไม่รู้สึกตัวได้ และไม่ควรเอาช้อนหรือซ่อมไปคาปากสุนัขไว้
- กันเด็กให้ห่างจากสุนัขที่กำลังจะชักหรือกำลังชัก
- เจ้าของควรจะอยู่กับสุนัขตลอดเวลา เพื่อจะได้คอยควบคุมให้สุนัขอยู่ในอาการสงบ

ภายหลังการชัก
- ให้สังเกตอาการหลังหารชักเพื่อรายงานสัตวแพทย์ อย่าให้สุนัขเดินขึ้นลงบันไดจนกว่าจะเป็นปกติ ให้น้ำกินได้ถ้าสุนัขต้องการ
- สุนัขอาจร้องหรือมีอาการเดินเปะปะภายหลังการชัก ต้องคอยพยุงตัวสุนัขและระวังสุนัขกัดเพราะสุนัขกำลัง มึนงง พูดกับสุนัขด้วยน้ำเสียอ่อนโยน
- ถ้า 30 นาทีแล้วสุนัขยังไม่กลับเป็นปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์

อาการที่ควรนำส่งสัตวแพทย์
- ชักนานเกินกว่า 10 นาที
- ชักมากกว่า 2 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง
- มีการชักต่อเนื่องภายหลังการชักครั้งแรกแล้วสุนัขยัง ไม่ทันหายเป็นปกติ

การวินิจฉัย
เนื่องจากโรคลมชักยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอน อาจต้องมีการตรวจสุขภาพสัตว์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโร คอื่นใดที่เป็นสาเหตุของการชัก การตรวจทั่วไปด้วยการซักประวัติ, ตรวจค่าเคมีในเลือด, ตรวจนับเม็ดเลือด, ตรวจปัสสาวะและอุจจาระ

การรักษา
เป้าหมายของการรักษาเพื่อลดความรุนแรงและความถี่ในกา รชักลง และหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงจากยา บางตัวอาจต้องเลือกชนิดของยาที่ใช้เพราะอาจแพ้ยากันชัก

ยาที่ใช้ป้องกันอาการชัก
ฟีโนบาร์บิตอล เป็นยาที่ใช้ระงับอาการชักที่ได้ผลดีและมีราคาไม่แพง ปกติมักให้วันละ 2-3 เวลา โดยการกินในขนาด 2.2 มก./กก.
ไดอะซีแปม เป็นยาที่ใช้บ่อยในการป้องกันอาการชักเช่นเดียวกัน
โบรไมด์ มักอยู่ในรูปเกลือโปแตสเซี่ยมโบรไมด์ มักเป็นยาที่ใช้ร่วมกับฟีโนบาร์บิตอล เนื่องจากสุนัขบางตัวไม่ตอบสนองต่อการใช้ฟีโนบาร์บิต อลเดี่ยว ๆ

การดูแล
ตรวจระดับยาในกระแสเลือดปีละครั้งเป็นอย่างน้อย เพราะระดับยาในเลือดที่สูงกว่าปกติอาจทำให้ตับวาย สังเกตอาการชักทุกระยะแล้วรายงานให้สัตวแพทย์ทราบเพื ่อการปรับเปลี่ยนขนาดยา
การปรับเปลี่ยนขนาดยาเองอาจทำให้อาการชักรุนแรงขึ้น ถ้ามีอาการอย่างที่กล่าวมาแล้ว เช่น ชักมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ฯลฯ ให้รีบส่งสัตวแพทย์
ต้องเข้าใจว่าโรคลมชักไม่ได้ก่ออันตรายถึงชีวิตกับสั ตว์ ยกเว้นไม่ได้รับยาอย่างสม่ำเสมอสุนัขอาจชักจนถึงตายไ ด้ ดังนั้นจึงไม่ควรหยุดยาเพราะสุนัขบางตัวต้องได้รับยา ไปตลอดชีวิต
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,545



« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 10:44:26 am »

สาเหตุของอาการชัก บางครั้ง เกิดจากการที่มี เนื้องอกในสมอง(Brain Tumor)

ก้อนเนื้อในสมอง (Brain Tumor) (dogazine)

โดย สพ.ญ.ชนกชนม์ เพชรศรีช่วง

เมื่อกล่าวึงเรื่องเนื้องอกในสมอง หลายๆ ท่านก็คงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งเนื้องอกในสมองมักจะพบในสุนัขอายุมาก แต่ก็อาจพบในสุนัขเด็กได้เช่นกัน ส่วนใหญ่เมื่อเป็นเนื้องอกในสมองมักจะไม่หายขาด ถึงแม้ว่าจะได้รับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออกแล้วก็ตาม อาจลุกลามเกิดเป็นก้อนใหญ่ขึ้น หรือาจทำให้อาการแย่ลงก็ได้ค่ะ

สายพันธุ์กับชนิดเนื้องอก

สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีแนวโน้มการเป็นเสื้องอกแต่ละชนิดต่างกันค่ะ สุนัขพันธุ์ บูลด็อก(Bulldog) และ บอสตัน เทอร์เรีย (Boston Terrier) มักจะพบว่าเป็นเนื้องอกจากต่อมใต้สมองได้มาก ส่วนสุนัขพันธุ์จมูกยาว เช่น โดเบอร์แมน พินเชอร์(Doberman pinscher) สก็อตติช เทอร์เรีย(Scottish terrier) และโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (golden retriever) มักจะพบเนื้องอกที่มาจากเยื่อหุ้มสมองได้มาก

อาการของสุนัขที่มีเนื้องอกในสมอง

    สุนัขส่วนใหญ่ที่เป็นมักไม่ค่อยแสดงอาการในช่วงแรก แต่เมื่อก้อนเนื้องอกโตขึ้นจนร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ สุนัขก็จะเริ่มแสงอาการออกมาให้เห็น อาการมักขึ้นกับว่า มีก้อนเนื้องอกที่ส่วนไหนของสมอง อาการโดยทั่วไป ได้แก่ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เดินทรางตัวไม่ได้ เดินเป็นวงกลม ตาบอด หรือาจมีอาการชัก

บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
ป้าวิ(flaysmom)
Hero Member
*****

การ์ม่า: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,545



« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 10:47:32 am »

การวินิจฉัย
         
การวินิจฉัยที่แน่นอนสามารถทำได้โดย CT scan (Computer Tomography scan) หรือ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ทั้งสองวิธีนี้สามารถบอกตำแหน่งของเนื้องอกในสมองได้แน่นอน และอาจเป็นข้อมูลที่ใช่วนในการวินิจฉัยชนิดของเนื้องอกได้คร่าวๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ การตรวจทั้งสองวิธีนี้ต้องทำการวางยาสลบเพื่อให้สนุัขอยู่นิ่งที่สุดขณะที่ทำการตรวจวินิจฉัย เพราะการเคลื่อนไหวแม้เพียงนิดเดียวอาจจะทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดได้ อย่างไรก็ตาม จุดด้อยของการตรวจทั้งสองวิธีนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ปกติแล้วค่าใช้จ่ายในการตรวจ CT scan  มักจะสูงกว่าการตรวจ X-ray ประมาณ 10-20 เท่า ส่วน MRI จะสูงกว่าประมาณ 20-50 เท่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการ maintenance เครื่องจะสูงกว่าเครื่อง X-Ray ธรรมดามาก การทำการตรวจโดยสองวิธีนี้จึงยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในเมืองไทย

การรักษาเนื้องอกในสมอง

การรักษาสามารถทำได้โดยการควบคุมการบวมของสมองและควบคุมอาการชัก ซึ่งมักพบได้บ่อย นอกจากนั้นแล้วยังอาจทำการรักษาโดยการฉายรังสีเพื่อรักษา หรือการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก การผ่าตัดมักทำได้ค่อนข้างยากและขึ้นกับตำแหน่งของเนื้องอกนั้นๆ ด้วย

          อย่างไรก็ดี การรักษาโดยการผ่าตัดที่อเมริกาพบว่า อาจจะมีการกลับมาเป็นใหม่ได้ บางรายอาจจะในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3-4 สัปดาห์ ก็กลับมาเป็นใหม่และอาการแย่กว่าก่อนรับการผ่าตัด เนื่องจากเนื้องอกมีการขยายขนาดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของที่ไม่สามารถรับสภาพของสุนัขเนื่องจากอาการที่แสดงออก เช่น ชัก หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ก็มักจะขอให้สัตวแพทย์ฉีดยาเพื่อให้เขาหลับไป
บันทึกการเข้า

Knowledge studies others , Wisdom is self-known ;
Muscle masters brothers , Self-mastery is bone.
Content need never borrow , Ambition wanders blind ;
Vitality cleaves to the marrow , Leaving death behind .

The Way of life...according to  Lao Tzu.
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


* Recent Topics
topic เทส
[จิปาถะ]
RAJA
มีนาคม 10, 2014, 08:48:31 pm
topic ฝึกสุนับที่ มหิดล ศาลายา
[การฝึกสุนัข]
Bdok
พฤศจิกายน 26, 2012, 08:13:35 am
topic อยากทราบน้ำหนักของสุนัขตามอายุ
[การดูแลและรักษาสุนัข]
BoGie
พฤศจิกายน 09, 2011, 01:32:09 pm
topic Welcome to Boeing
[แนะนำสมาชิก]
BoGie
พฤศจิกายน 02, 2011, 10:22:27 pm
topic สุนัขเริ่มมีสะเก็ดที่คอ
[ปรึกษาหารือ/แก้ไขปัญหา]
สามสุดา
พฤศจิกายน 01, 2011, 02:12:44 pm
topic Almond & Archer มาสวัสดีทุกคนอย่างเป็นทางการครับ
[แนะนำสมาชิก]
eddo
ตุลาคม 31, 2011, 11:19:08 am
topic น้ำท่วม
[ปรึกษาหารือ/แก้ไขปัญหา]
สามสุดา
ตุลาคม 25, 2011, 10:34:59 pm
topic เจ้าหมาน้อย mj บางแก้ว ณ บางระจัน ศิษย์ อาจารย์.ก้อ ฉิแฉก...!!
[การฝึกสุนัข]
nikonji13
ตุลาคม 13, 2011, 03:33:23 pm
topic สุนัขอายุ50วันควรให้ทานอะไรดี
[การดูแลและรักษาสุนัข]
BoGie
ตุลาคม 11, 2011, 01:37:50 pm
topic พึงพาลูกน้องไปทำหมันมาคับ
[แนะนำสมาชิก]
orange
ตุลาคม 09, 2011, 10:48:18 pm
topic ไม่มีโอกาสมาแนะนำตัวซะที
[แนะนำสมาชิก]
katavat
ตุลาคม 08, 2011, 08:28:30 pm
topic ถามเรื่องจอนที่หูของสุนัข
[การดูแลและรักษาสุนัข]
Bualaung
ตุลาคม 04, 2011, 10:23:21 am
topic ถามเรื่องด้ามหูสุนัขครับ
[การดูแลและรักษาสุนัข]
BoGie
กันยายน 28, 2011, 08:59:10 pm
topic สมาชิกใหม่ครับ
[แนะนำสมาชิก]
ดีเจ.แก่นแก้วลำซิ่ง ณ ระยอง
กันยายน 26, 2011, 03:59:17 pm
topic "ไจแอนท์...อัลเซเชี่ยน"
[การดูแลและรักษาสุนัข]
ดีเจ.แก่นแก้วลำซิ่ง ณ ระยอง
กันยายน 26, 2011, 11:28:26 am

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!